|
ผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานไม้ไผ่บางเจ้าฉ่า
เสน่ห์แห่งศิลปวัฒนธรรมและประเพณี ตลอดจนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย
นอกจากการอยู่ร่วมกันเป็นสังคมที่มีความผูกพันอย่างแน่นแฟ้นแล้ว
ยังสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างผสมกลมกลืน
หัตถกรรมเครื่องจักสานเป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นภูมิปัญญาอันเฉลียวฉลาดของคนในท้องถิ่น ที่ใช้ภูมิปัญญาสามารถนำสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติมาประยุกต์
ทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน เริ่มจากรูปแบบง่าย ๆ
เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก
ต่อมาจึงค่อยดัดแปลงพัฒนารูปแบบ
ลวดลาย
เพิ่มความสวยงามให้กับชิ้นงาน
จนกลายเป็นผลงานที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางหัตถศิลป์
ซึ่งควรแก่การอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่ตลอดไป
ความเป็นมาของเครื่องจักสาน
จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พบว่า มีการพบร่องรอยการใช้เครื่องจักสาน ราว 4,000 ปีมาแล้ว
ที่บริเวณถ้ำแห่งหนึ่งในอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี โดยเชื่อว่ามนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์
ทำภาชนะเครื่องปั้นดินเผาโดยใช้ภาชนะจักสานเป็นแม่แบบ
แสดงถึงคนสามารถทำเครื่องใช้จักสานมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว
เครื่องจักสานได้มีการพัฒนารูปแบบ ฝีมือ คุณค่า
ผ่านมาเป็นระยะเวลายาวนานจนถึงยุคปัจจุบัน มีการคิดสร้างสรรค์งานจักสาน จนสามารถเพิ่มมูลค่า สร้างเป็นงานอาชีพ สร้างรายได้
และสร้างชื่อเสียงให้กับชุมชนได้อย่างน่ายกย่อง
ระยะที่ 1
จุดกำเนินจักสานไม้ไผ่
-
เริ่มแรกการผลิตเครื่องจักสานไม้ไผ่จะผลิตในรูปของเครื่องมือจับสัตว์น้ำ ต่อมาดัดแปลงเป็นของใช้ในครัวเรือน ได้แก่ กระบุง กระจาด ตะกร้า ฯลฯ
ระยะที่ 2
การพัฒนาเป็นอาชีพ
-
ต่อมามีผู้สนใจจากภายนอกมากขึ้น
ชาวบ้านก็เริ่มผลิตออกจำหน่ายเป็นอาชีพเสริม
มักจะทำเมื่อว่างจากการทำนาจากการผลิตเป็นของใช้ในครัวเรือนก็พัฒนารูปแบบให้หลากหลายมากขึ้น เพิ่มความละเอียด ประณีตมากขึ้น
-
ปี
25398 พัฒนารูปแบบเป็นกระเป๋าถือสุภาพสตรี สามารถส่งออกต่างประเทศได้
-
ปี
2540
รวบรวมและอนุรักษ์เครื่องใช้ไม้ไผ่ตั้งแต่อดีต จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์เครื่องใช้ไม้ไผ่ และสร้างศูนย์รวมการจำหน่ายสินค้า
ระยะที่ 3
การพัฒนาสินค้าเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ OTOP
-
ปี
2546 รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีมาตรฐานเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และเป็นสินค้าส่งออกโดยมีการคัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP
ครั้งที่ 1
-
ปี
2547
เพื่อเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์
OTOP ให้เกิดกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง
(SMEs) มุ่งเน้นให้เกิดผู้ประกอบการธุรกิจในระดับรากหญ้า
เป็นการสร้างกลไกการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยมีภาครัฐอำนวยความสะดวกให้มีสิทธิและการบริการต่าง
ๆ
วัตถุดิบในการผลิตเครื่องจักสาน
1. ไม้ไผ่
2. หวาย
3. ก้านลาน
อุปกรณ์ที่ใช้ในการจักสาน
1. มีด ( มีดโต้ใช้สำหรับผ่าไม้ มีดตอกใช้สำหรับจักตอกและหลาวเส้นตอก )
2. เลื่อย
ใช้สำหรับเลื่อยตัดไม้
3. เลียด ใช้ในการปรับแต่งเส้นตอก เส้นหวายให้เท่ากัน
4. เหล็กหมาด ใช้ในการเจาะรูเพื่อใช้หวายผูกและพัน
ลายจักสาน
1.
ลายแม่บท เป็นลายที่มีลักษณะประจำตัวเด่นชัด ได้แก่ ลายขัด ลายสอง เป็นต้น ลายแม่บทต่าง ๆ
เหล่านี้เป็นต้นกำเนิดที่ทำให้มนุษย์รู้จักนำวัสดุมาสาน
2.
ลายพัฒนา เป็นลายที่พัฒนามาจากลายแม่บท แต่มีรายละเอียดที่เพิ่มขึ้น
ได้แก่ ลายลบน้ำ ลายดีล่ม ลายดีตะแคง ลายคุบ เป็นต้น
3.
ลายประดิษฐ์ เป็นลายสานที่ช่างสานประดิษฐ์ขึ้น โดยอาศัยลายแม่บทและลายพัฒนาเป็นหลักในการสาน ได้แก่ ลายขิดขอ ลายขิดตาแมว ลายพัด เป็นต้น
การสานลาย
ลายสานที่บรรพบุรุษได้คิดค้นไว้
เหมาะสมกับโครงสร้างเครื่องจักสานที่มีความแข็งแรง ทนทาน สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์
เครื่องจักสานแต่ละภาคมีเอกลักษณ์และลักษณะของตนที่แตกต่างกันบ้าง
ส่วนการพัฒนาลายจักสานนั้นแตกต่างกันบ้าง
สุดแล้วแต่ภูมิปัญญาของคนในแต่ละท้องถิ่น ที่รู้จักดัดแปลงให้มีรูปแบบแปลก ๆ ออกไป
เพื่อการสร้างความนิยมและความต้องการของผู้ใช้
จุดเริ่มต้นของการสานลายของการทำเครื่องจักสาน แม้ผู้เคยมีความรู้ทางด้านการจักสานมาก่อน
ก็สามารถมีความเข้าใจเป็นแม่ลายที่สำคัญ คือ
1. ลายขัด
การขึ้นลายเบื้องต้นจะประกอบด้วยตอกเส้นยืน และตอกเส้นนอน สานขัดกัน
นับเป็นแม่ลายเบื้องต้นของการทำเครื่องจักสานที่เก่าแก่ที่สุด
2. ลายเฉลว
การขึ้นลายเบื้องต้นประกอบด้วยเส้นตอก 3
เส้น วางสานกันในแนวทแยงเสมอ
แล้วสานโดยการขัดเส้นตอกที่มุมของสามเหลี่ยมที่เกิดขึ้นกระจายไปรอบ ๆ
ลายเฉลวจะไม่มีเส้นตอกตั้งฉากเหมือนอย่างลายขัด
3. ลายหัวสุ่ม
การขึ้นต้นสาน
ใช้เส้นตอกจำนวนหลาย ๆ เส้น
วางขัดกันเป็นเส้นโค้ง
สานให้บรรจบกันเป็นรูปวงกลม
โดยจะเว้นช่องว่างจรงกลางไว้
4. ลายก้นหอย
การขึ้นสาน
ใช้เส้นตอกหลายเส้นวางพาดทับกันตรงกลาง ( เป็นตอกเส้นใหญ่ )
ใช้ตอกสานลายขัดกระจายออกเป็นรัศมีวงกลม
วนไปรอบ ๆ
วิธีการทำเครื่องจักสาน
การเลือกไม้ไผ่
ไม้ไผ่สีสุก
เป็นพันธุ์ที่เหมาะกับการจักสานที่สุด เพราะมีเนื้อทีแข็ง เนื้อเป็นมันสวย
มอดแมลงจะกัดกินน้อยกว่าไม้ไผ่พันธุ์อื่น ๆ
การเลือกตัดไม้ไผ่
จะต้องเป็นไม้ที่มีอายุราวหนึ่งปีครึ่ง เนื้อไม้จะมีความเหนียวกำลังดี ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป เลือกลำปล้องที่ยาว ไม่มีร่องรอยของสัตว์กัดแทะ
การตัดเกลาข้อไม้ไผ่ อย่าตัดหรือเกลาไม้ไผ่ให้คมมีดลึกลงไปถึงเนื้อไม้ จนเนื้อเป็นแผล
การจักและการหลาวตอก
ลักษณะของเส้นตอกที่ใช้ในการสาน
1. ตอกตั้ง ลักษณะเป็นปื้นบาง สั้น
2. ตอกสาน ลักษณะเป็นปื้นบาง ยาว
3. ไพล
ลักษณะเป็นเส้นกลม ยาว
วิธีการจักตอก
1.
การจักตอกปื้น แบ่งไม้ไผ่ออกเป็นชิ้นตามขนาดที่ต้องการ ใช้มีดจักตอกเอาส่วนในออก ( ขี้ตอก ) จักในส่วนที่เหลือออกเป็นเส้นบาง ๆ แล้วหลาวให้เรียบร้อย ตากแดดให้แห้ง
2.
การจักตอกตะแคง
ใช้วิธีเดียวกันกับการจักตอกปื้นเบื้องต้น
แต่การจักให้เป็นเส้นตอกจะทำการจักทางผิว เป็นเส้นเล็กกว่าตอกปื้นทำการหลาวให้เรียบร้อย แล้วนำออกตากแดดให้แห้ง
3.
การจักไพล ใช้วิธีเดียวกับการจักตอกตะแคง
แต่การหลาวจะหลาวให้เป็นเส้นกลมแบบเท่ากัน ทำการหลาวให้เรียบร้อย แล้วนำออกตากแดดให้แห้ง
การสาน
การสานเป็นขั้นตอนที่ยาก และต้องใช้ความละเอียดมากที่สุด
เริ่มจากการก่อฐานด้านล่างด้วยเส้นตอกสองชนิด คือ ตอกยืน ( ตอก – ตั้ง )
ซึ่งจะมีลักษณะคอดตรงกลางต่างจากตอกทั่ว ๆ ไปและตอกนอน ( ตอกสาน ) ที่มีขนาดกว้างเท่ากัน ทั้งเส้นตอกปกติ
เหตุที่ตอกยืนมีลักษณะพิเศษเนื่องมาจกเมื่อสานเสร็จจะได้ก้นตระกร้าที่มีฐานเล็ก
และค่อย ๆ บานขึ้นบริเวณปาก
แบบดั้งเดิม จะก่อเป็นฐานสี่เหลี่ยม ซึ่งจะใช้ตะกร้ารูปทรงสี่เหลี่ยม
ต่อมาช่างรุ่นใหม่ดัดแปลงประยุกต์ให้เป็นตะกร้าทรงแปดเหลี่ยม
ซึ่งสวยงามและได้รับความนิยมมากกว่า
เมื่อก่อฐานเสร็จก็จะสานตัวตะกร้าด้วยเส้นตอกและเส้นไพล อาจสานแบบไม่มีลวดลาย
แต่จะเกิดลวดลายขึ้นมาเองจากสีของเส้นตอกที่แห้งไม่เท่ากันตามธรรมชาติ สานเป็นลายไทย หรือสานยกเป็นตัวอักษรชื่อคน ชื่อต่าง ๆ ได้ตามต้องการ โดยใช้ตอกบางส่วนย้อมสี
ซึ่งจะทำให้สนนราคาเพิ่มขึ้นตามควายกาง่ายของลายที่ช่างแต่ละคนบรรจงสอดสานเส้นตอกทีละเส้น
ๆ
การรมควัน
เมื่อสานตัวเรียบร้อยก็ถึงการรมควันโดยจะทำในวันที่ไม่มีลม ใช้ฟางพรมน้ำหมาด ๆ เป็นเชื้อเพลิงเพื่อให้เกิดควันมาก รมจนเครื่องจักสานมีสีเหลือเท่ากันทั้งใบ แล้วนำมาเข้าส่วนประกอบหวาย มีการผูกปาก พันขา ใส่ฐานและหูหิ้ว
การถักและพัน
เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการสาน
เพื่อเพิ่มความแข็งแรง สวยงาม แก่เครื่องจักสานด้วยหวาย ในส่วนที่ต้องการเสริมเป็นพิเศษ ได้แก่ ปาก ขา หู การผูกและพันด้วยหวาย
จะเสริมให้เครื่องจักสานเกิดความสวยงาม กลมกลืนกับฝีมือการสาน เป็นที่สวยงามมากขึ้น การผูกและพันด้วยหวาย มี 5
แบบ คือ
1. การผูกและพันด้วยหวายเส้นเดียว
2. การผูกและพันด้วยหวายสามเส้น
3. การผูกและพันด้วยหวายห้าเส้น
4. การผูกและพันด้วยหวายเจ็ดเส้น
5. การผูกและพันด้วยหวายเก้าเส้น
ภูมิปัญญาด้านการรมควัน
เครื่องจักสานของบางเจ้าฉ่า จะมีภูมิปัญญาสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ได้แก่ การรมควัน
การรมควันของที่นี่จะใช้ควันจากการจุดฟางข้าวหรือเศษไม้ที่เหลาตอก ซึ่งการรมควัน จะมีประโยชน์ ดังนี้
1. ช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีสีที่สวยงามเป็นสีธรรมชาติ ที่ออกน้ำตาลอ่อน ๆ
2. ช่วยป้องกันเชื้อราที่ฝังลงบนเนื้อไม้
3. ช่วยป้องกันแมลงต่าง
ๆ กัดกินเนื้อไม้เพราะจะมีกลิ่นฉุนของควันไฟ
|