ภาษาไทย English
คำขวัญประจำตำบล : ส่งเสริมหัตถกรรม อนุรักษ์ภูมิปัญญา แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม
  7 กันยายน 2553 19:40 ตะกร้าสินค้า 0 รายการ    
หน้าหลัก
ข่าวประชาสัมพันธ์
ข้อมูลทั่วไป
การคมนาคม
โครงสร้างองค์กร
ผู้นำท้องถิ่น
โครงการที่จัดทำ
แหล่งท่องเที่ยว
ผลิตภัณฑ์
กระดานข่าว
ติดต่อ อบต.
ระบบสั่งซื้อสินค้า
ตะกร้าสินค้า (0)
วิธีสั่งซื้อ/ชำระเงิน
ระบบสำหรับผู้ดูแล
จำนวนผู้เข้าชม :
ตั้งแต่ 10 กันยายน 2549
ข้อมูลทั่วไป
1. วิสัยทัศน์อำเภอโพธิ์ทอง
2. ข้อมูลทั่วไปตำบลบางเจ้าฉ่า
3. กลุ่มเศรษฐกิจ / และการบริการ
4. หมู่บ้าน OTOP ต้นแบบ
5. ผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานไม้ไผ่บางเจ้าฉ่า
6. ศูนย์กลางชุมชนตำบลบางเจ้าฉ่า
7. การบริหารศูนย์กลางชุมชนเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน
8. บางเจ้าฉ่าโฮมสเตย์

วิสัยทัศน์อำเภอโพธิ์ทอง

 

เมืองเกษตรปลอดสารพิษ  คุณภาพชีวิตดี  มีแหล่งท่องเที่ยวสวยงาม  ระบือนาม  OTOP  สู่ตลาดโลก

 

บางเจ้าฉ่าในยุคการเรียนรู้

ชาวบ้านเป็นหลักที่สร้างสรรค์                                    ริเริ่มรูปแบบลวดลายงานจักสาน

ใช้ไม่ไผ่คือสินค้าที่สร้างงาน                                      นำสู่การสืบสานการเรียนรู้คู่ชุมชน

พิพิธภัณฑ์ไม้ไผ่เป็นจุดเสริม                                     กองทุนชุมชนเติม  สวช. สนับสนุน

พัฒนาชุมชน  อุตสาหกรรม  เกษตรเติม                    รัฐหนุนเสริมมาตรฐานงานชุมชน

การเรียนรู้เป็นหัวใจความเข้มแข็ง                           ประสานแรงแปลงความคิดคือพื้นฐาน

นำปฏิบัติสร้างกิจกรรมเพิ่มเนื้องาน                           ผสมผสานผู้คนเกื้อกูลกัน

การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม                               รวบรวมกิจกรรมให้ประสาน

ศูนย์กลางชุมชนเป็นศูนย์กลางการทำงาน                 ที่เปิดกว้างเพื่อชุมชนโดยชุมชน

 

ตำนานตำบลบางเจ้าฉ่า

ขอย้อนอดีตกาลบางเจ้าฉ่า                                         เล่าขานมาเป็นประวัติให้ลูกหลาน

คนเก่าเล่าไว้เป็นตำนาน                                          บอกขานให้ลูกหลานได้จดจำ

ตามประวัติเรื่องราวบางเจ้าฉ่า                                   คนเก่าเล่าว่านายฉ่าผู้อาจหาญ

ร่วมกับชาวแขวงเมืองวิเศษชัยชาญ                          เข้าหักหาญกับพม่าที่บางระจัน

หลังจบศึกพาชาวบ้านรอดเหลือยังริมฝั่ง                     สิ้นกำลังริมแม่น้ำน้อยหยุดรักษา

สร้างที่พักได้สามหลังสืบทอดมา                                  สร้างภูมิปัญญาจักสานงานฝีมือ

สัญลักษณ์คือยางใหญ่ยืนต้นคู่                                   รวมเป็นหมู่เป็นกลุ่มกิ่งไสว

มีกอไผ่สีสุก  รายล้อมเคียงคู่ใจ                                  กิ่งกอไสวเคียงคู่กัน

แม่น้ำน้อยคงคาที่ไหลผ่าน                                        ให้ผู้คนได้อาศัยธารน้ำใส

มีปลามีผักกินสมบูรณ์กายใจ                                      สะสมไว้เป็นวิถีเกื้อกูลมา

ข้อมูลทั่วไปตำบลบางเจ้าฉ่า

                ความเป็นมา

                ตำบลบางเจ้าฉ่า  เป็นชุมชนที่มีมาตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา  ซึ่งชาวบ้านได้เคยร่วมกับชาวแขวงเมืองวิเศษชัยชาญและชาวบางระจันสู้รบกับทหารพม่า    บ้านบางระจัน  โดยมีนายฉ่าเป็นผู้นำ  นายฉ่านั้นพื้นเพเป็นคนสีบัวทอง  ภายหลังการสู้รบยุติลงแล้ว  จึงได้นำชาวบ้ามาตั้งบ้านเรือนเป็นที่อยู่อาศัยถาวรขึ้นในชุมชนด้านพิศตะวันตกของลุ่มแม่น้ำน้อย  ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การตั้งเป็นที่อยู่อาศัย  แต่เดิมเรียกว่า   บ้านสร้างสามเรือน  เพราะเริ่มแรกมีบ้านเพียงสามหลังเท่านั้น  ปัจจุบันมีชื่อว่าบางเจ้าฉ่า  เพราะนำชื่อของนายฉ่ามาตั้งเป็นชื่อ  ซึ่งนายฉ่านั้นเป็นทั้งผู้นำและเป็นผู้ก่อตั้งหมู่บ้าน

                ที่ตั้งและอาณาเขต

                ตำบลบางเจ้าฉ่า  ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย  ด้านทิศตะวันตก  มีอาณาเขตติดต่อกับตำบลอื่น ๆ ในเขตอำเภอโพธิ์ทอง  ดังนี้

                ทิศเหนือ                  ติดต่อ  ตำบลองครักษ์  อำเภอโพธิ์ทอง

                ทิศใต้                      ติดต่อ  ตำบลอ่างแก้ว  อำเภอโพธิ์ทอง

                ทิศตะวันออก           ติดต่อ  ตำบลบางระกำ  ตำบลอินทประมูล  อำเภอโพธิ์ทอง

                ทิศตะวันตก             ติดต่อ  ตำบลโคกพุทรา  อำเภอโพธิ์ทอง

            สภาพภูมิศาสตร์

                ตำบลบางเจ้าฉ่าตั้งอยู่ทางทิศเหนือของอำเภอโพธิ์ทอง  ห่างจากอำเภอโพธิ์ทอง  ประมาณ  5  กิโลเมตร  เป็นพื้นที่ราบลุ่มบนฝั่งแม่น้ำน้อยด้านตะวันตกมีน้ำไหลผ่านตลอดปี  และมีคลองชลประทานผ่านตลอดแนวตำบล  มีพื้นที่ทั้งหมด  91,408  ตารางกิโลเมตร  พื้นที่การเกษตร  4,737  ไร่  พื้นที่อยู่อาศัย   976  ไร่

            ประเพณีวัฒนธรรม

                มีวัฒนธรรม  ขนบประเพณีเป็นแบบไทย ๆ  ( ภาคกลาง )  ได้มีการอนุรักษ์แลฟื้นฟูประเพณีที่สำคัญ  เช่น

1)       ประเพณีวันสงกรานต์

2)       ประเพณีทำขนมจีนวันเพ็ญเดือนสิบสอง

3)       ประเพณีเทศน์มหาชาติในวันออกพรรษา

4)       เพลงพื้นบ้าน  และวิถีชีวิตแบบโบราณ

การเมืองและการปกครอง

แบ่งการปกครองออกเป็น  8  หมู่บ้าน  อยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบางเจ้าฉ่า  ในปัจจุบันตำบลบางเจ้าฉ่าเป็นตำบลที่ตั้งยอู่บนเขตการปกครองของอำเภอโพธิ์ทอง  มีจำนวนหมู่บ้านทั้งสิ้น  8  หมู่บ้าน  749  ครัวเรือน  ประชากรรวม  2,557  คน  แยกเป็นชาย  1,176  คน  หญิง  1,381  คน

                หมู่ที่  1                     บ้านห้วยลิงตก                          132   ครัวเรือน

                หมู่ที่  2                     บ้านห้วยลิงตก                            62   ครัวเรือน

                หมู่ที่  3                     บ้านโพธิ์ราษฎร์                          68   ครัวเรือน

                หมู่ที่  4                     บ้านโพธิ์ราษฎร์                        106   ครัวเรือน

                หมู่ที่  5                     บ้านสร้าง                                    71   ครัวเรือน

                หมู่ที่  6                     บ้านสร้าง                                    80   ครัวเรือน

                หมู่ที่  7                     บ้านสามเรือน                             90   ครัวเรือน

                หมู่ที่  8                     บ้านยางทอง                              140   ครัวเรือน

            สภาพทางเศรษฐกิจ

                อาชีพ  ประชาชนมีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก  และทำการจักสานเป็นอาชีพเสริม  ซึ่งปัจจุบันอาชีพจักสานไม้ไผ่ได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงเป็นอาชีพหลักของประชาชนในหมู่บ้าน  ตำบลไม่น้อยกว่า  300  ครอบครัว

กลุ่มเศรษฐกิจ / และการบริการ

                กลุ่มเศรษฐกิจ

1.       กลุ่มจักสานไม้ไผ่  และกลุ่มเครือข่าย

2.       กลุ่มอาชีพแปรรูปผลผลิตการเกษตร / อาหาร

3.       ร้านค้าชุมชน  1  แห่ง

4.       ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องจักสาน  1  แห่ง

5.       กลุ่มทำอิฐบล็อค  1  กลุ่ม

6.       กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต  7  กลุ่ม

7.       กองทุนหมู่บ้าน  8  กองทุน

8.       งานอุตสาหกรรมเพื่อการท่องเที่ยวชนบท

9.       งานเกษตรท่องเที่ยว

10.    สวนไม้ผล

 

                กลุ่มบริการ

1.       ครัวชุมชน

2.       กลุ่มรถอีแต๋นบริการ

3.       อาสาสมัครพาชม

4.       บ้านพักโฮมสเตย์

5.       สมุนไพรนวดแผนไทย

6.       วิทยุชุมชน

แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ  วัฒนธรรมและภูมิปัญญา  การท่องเที่ยวเชิงเกษตร  รถอีแต๋นบริการ พาชม

1.       ต้นยางใหญ่คู่  อายุราว  200 กว่าปี

2.       ชมสวนเกษตรไม้ผลตามฤดูกาล

3.       ชมจุดชมวิวภูมิทัศน์แม่น้ำน้อย

4.       ชมพิพิธภัณฑ์เครื่องใช้ไม้ไผ่

5.       การสาธิตการผลิตเครื่องจักสาน

6.       ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องจักสาน

7.       กระบุงยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก  มีทั้งการสานด้วยไม้ไผ่และปูนซีเมนต์

ฤดูกาลไม้ผล

1.       ฤดูมะปราง  เดือนมกราคม มีนาคม

2.       ฤดูกระท้อน  เดือนพฤษภาคม มิถุนายน

3.       องุ่นพันธ์ดี

สภาพทางสังคม

การศึกษา   มีสถาบันการศึกษา  3  ระดับ  คือ 

-          ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  จำนวน  1  แห่ง 

-          โรงเรียนประถมศึกษา  จำนวน  3  แห่ง 

-          วิทยาลัยการอาชีพ  จำนวน  1  แห่ง

สถาบันและองค์กรทางศาสนา

สถาบันและองค์กรทางศาสนา  มีวัดจำนวน  3  วัดได้แก่

-          วัดโพธิ์ราษฎร์  หมู่ที่  3 

-          วัดบ้านสร้าง  หมู่ที่  5 

-          วัดยางทอง  หมู่ที่  8

การสาธารณสุข

-          สถานีอนามัย  จำนวน  1  แห่ง 

-          อาสาสมัครสาธารณสุขทุกหมู่บ้าน

บริการพื้นฐานสาธารณะ

-          ระบบประปาหมู่บ้านขนาดกลาง  จำนวน  3  แห่ง 

-          ระบบประปาหมู่บ้านขนาดเล็ก  จำนวน  3  แห่ง 

-          โทรศัพท์สาธารณะ

-          หอกระจายข่าว

-          วิทยุชุมชน

หมู่บ้าน OTOP ต้นแบบ 

หมู่ที่  8  ตำบลบางเจ้าฉ่า  อำเภอโพธิ์ทอง  จังหวัดอ่างทอง

ข้อมูลทั่วไปของหมู่บ้าน

                สภาพทางกายภาพ / สภาพภูมิประเทศ / สภาพภูมิอากาศ

ที่ตั้ง          อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอโพธิ์ทอง  ทางทิศเหนือประมาณ  5  กิโลเมตร

                                อาณาเขต แบ่งออกเป็น  ดังนี้

-          ที่อยู่อาศัย  จำนวน  50  ไร่

-          พื้นที่การเกษตร  จำนวน  747  ไร่

-          ที่สาธารณะ  จำนวน  20  ไร่

                อาณาเขตของหมู่บ้าน

-          ทิศเหนือ          ติดต่อ  หมู่ที่  1  ตำบลองครักษ์  อำเภอโพธิ์ทอง
-          ทิศใต้               ติดต่อ  หมู่ที่  7  ตำบลบางเจ้าฉ่า
-          ทิศตะวันออก    ติดต่อ  ตำบลบางระกำ  อำเภอโพธิ์ทอง
-          ทิศตะวันตก      ติดต่อ  หมู่ที่  1  ตำบลองครักษ์  อำเภอโพธิ์ทอง

                สภาพภูมิประเทศ

ภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบลุ่ม  ไม่มีป่าไม้และภูเขา  ลักษณะดินเป็นดินเหนียวปนทรายมีแม่น้ำน้อยไหลผ่านทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน  มีคลองชลประทานไหลผ่านหมู่บ้านทางทิศตะวันตก

                สภาพภูมิอากาศ

เนื่องจากหมู่บ้านตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มและอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อย  ทำให้อากาศเย็นสบาย  ฤดูร้อนไม่ถึงกับร้อนจัด  ฤดูหนาวอากาศจะไม่หนาวจัด  ฤดูฝนจะมีฝนตกชุกตามฤดูกาลเท่านั้น

                ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน

บ้านยางทอง  หมู่ที่  8  ตำบลบางเจ้าฉ่า  อำเภอโพธิ์ทอง  เป็นหนึ่งใน  8  หมู่บ้านของตำบลบางเจ้าฉ่า  ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อยทางทิศตะวันตก  ฝั่งตรงข้ามตำบลบางระกำ  มีพื้นที่ทั้งหมด  817  ไร่  ชื่อบ้านยางทองเพราะว่าในอดีตหมู่บ้านจะมีต้นยางขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก  แต่คนทั่วไปมักเรียกว่า  บางเจ้าฉ่า เหมือนชื่อตำบล  ซึ่งมีชื่อมาจากชื่อของ  นายฉ่า  ที่เป็นผู้นำชาวบ้านเข้าสู้รบกับทหารพม่าในสมัยกรุงศรีอยุธยา

                โครงสร้างและจำนวนประชากร

หมู่ที่  8  บ้านยางทอง  มีนายสุรินทร์  นิลเลิศ  เป็นผู้ใหญ่บ้าน  และเป็นกำนันตำบลบางเจ้าฉ่า  มีครัวเรือน  140  ครัวเรือน  จำนวนประชากร  ชาย  228  คน  หญิง  304  คน  รวม  532  คน

                เศรษฐกิจ

ตำบลบางเจ้าฉ่า  หมู่ที่  8  ประชากรส่วนใหญ่  ประกอบอาชีพทางการเกษตร  ได้แก่  การทำนา  ทำสวนผลไม้  และทำจักสานเป็นอาชีพเสริมในอดีต  แต่ปัจจุบันนี้  หลายครอบครัวยึดอาชีพจักสานไม้ไผ่เป็นอาชีพหลักที่มีรายได้สำหรับครอบครัว

                ประเพณีวัฒนธรรม

วันขึ้นปีใหม่             ทำบุญตักบาตร  ในวันที่  1  มกราคมของทุกปี

วันสงกรานต์             ทำบุญตักบาตร  รดน้ำคนแก่  ในวันที่  13 15  เมษายนของทุกปี

วันมาฆบูชา              ทำบุญตักบาตร  ในวันขึ้น  15  ค่ำ  เดือน  3

วันวิสาขบูชา             ทำบุญตักบาตร  ในวันขึ้น  15  ค่ำ  เดือน  6

วันอาสาฬหบูชา        ทำบุญตักบาตร  ในวันขึ้น  15  ค่ำ  เดือน  8

วันเข้าพรรษา           ทำบุญตักบาตร  ในวันแรม  1  ค่ำ  เดือน  8

วันสารท   ทำบุญตักบาตร  ในวันแรม  15  ค่ำ  เดือน  10

วันออกพรรษา          ทำบุญตักบาตร  ในวันขึ้น  15  ค่ำ  เดือน  11

วันลอยกระทง           ทำขนมจีน  ทำบุญตักบาตร  ลอยกระทง  ในวันขึ้น  15  ค่ำ เดือน 12

ผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานไม้ไผ่บางเจ้าฉ่า

                เสน่ห์แห่งศิลปวัฒนธรรมและประเพณี  ตลอดจนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย  นอกจากการอยู่ร่วมกันเป็นสังคมที่มีความผูกพันอย่างแน่นแฟ้นแล้ว  ยังสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างผสมกลมกลืน

                หัตถกรรมเครื่องจักสานเป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นภูมิปัญญาอันเฉลียวฉลาดของคนในท้องถิ่น  ที่ใช้ภูมิปัญญาสามารถนำสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติมาประยุกต์  ทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน เริ่มจากรูปแบบง่าย ๆ เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก  ต่อมาจึงค่อยดัดแปลงพัฒนารูปแบบ  ลวดลาย  เพิ่มความสวยงามให้กับชิ้นงาน  จนกลายเป็นผลงานที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางหัตถศิลป์  ซึ่งควรแก่การอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่ตลอดไป

 

ความเป็นมาของเครื่องจักสาน

                จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์  พบว่า  มีการพบร่องรอยการใช้เครื่องจักสาน  ราว  4,000  ปีมาแล้ว  ที่บริเวณถ้ำแห่งหนึ่งในอำเภอศรีสวัสดิ์  จังหวัดกาญจนบุรี  โดยเชื่อว่ามนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์  ทำภาชนะเครื่องปั้นดินเผาโดยใช้ภาชนะจักสานเป็นแม่แบบ  แสดงถึงคนสามารถทำเครื่องใช้จักสานมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว

                เครื่องจักสานได้มีการพัฒนารูปแบบ  ฝีมือ คุณค่า  ผ่านมาเป็นระยะเวลายาวนานจนถึงยุคปัจจุบัน  มีการคิดสร้างสรรค์งานจักสาน  จนสามารถเพิ่มมูลค่า  สร้างเป็นงานอาชีพ  สร้างรายได้  และสร้างชื่อเสียงให้กับชุมชนได้อย่างน่ายกย่อง

                        ระยะที่  1  จุดกำเนินจักสานไม้ไผ่

-          เริ่มแรกการผลิตเครื่องจักสานไม้ไผ่จะผลิตในรูปของเครื่องมือจับสัตว์น้ำ  ต่อมาดัดแปลงเป็นของใช้ในครัวเรือน  ได้แก่  กระบุง  กระจาด  ตะกร้า  ฯลฯ

                        ระยะที่  2  การพัฒนาเป็นอาชีพ

-          ต่อมามีผู้สนใจจากภายนอกมากขึ้น  ชาวบ้านก็เริ่มผลิตออกจำหน่ายเป็นอาชีพเสริม  มักจะทำเมื่อว่างจากการทำนาจากการผลิตเป็นของใช้ในครัวเรือนก็พัฒนารูปแบบให้หลากหลายมากขึ้น  เพิ่มความละเอียด  ประณีตมากขึ้น

-          ปี  25398  พัฒนารูปแบบเป็นกระเป๋าถือสุภาพสตรี  สามารถส่งออกต่างประเทศได้

-          ปี  2540  รวบรวมและอนุรักษ์เครื่องใช้ไม้ไผ่ตั้งแต่อดีต  จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์เครื่องใช้ไม้ไผ่  และสร้างศูนย์รวมการจำหน่ายสินค้า

                        ระยะที่  3  การพัฒนาสินค้าเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่  OTOP

-          ปี  2546  รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีมาตรฐานเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และเป็นสินค้าส่งออกโดยมีการคัดสรรผลิตภัณฑ์  OTOP  ครั้งที่  1

-          ปี  2547  เพื่อเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์  OTOP  ให้เกิดกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) มุ่งเน้นให้เกิดผู้ประกอบการธุรกิจในระดับรากหญ้า เป็นการสร้างกลไกการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยมีภาครัฐอำนวยความสะดวกให้มีสิทธิและการบริการต่าง ๆ

วัตถุดิบในการผลิตเครื่องจักสาน

1.       ไม้ไผ่

2.       หวาย

3.       ก้านลาน

อุปกรณ์ที่ใช้ในการจักสาน

1.       มีด  ( มีดโต้ใช้สำหรับผ่าไม้  มีดตอกใช้สำหรับจักตอกและหลาวเส้นตอก )

2.       เลื่อย ใช้สำหรับเลื่อยตัดไม้

3.       เลียด  ใช้ในการปรับแต่งเส้นตอก  เส้นหวายให้เท่ากัน

4.       เหล็กหมาด  ใช้ในการเจาะรูเพื่อใช้หวายผูกและพัน

ลายจักสาน

1.       ลายแม่บท  เป็นลายที่มีลักษณะประจำตัวเด่นชัด  ได้แก่  ลายขัด  ลายสอง  เป็นต้น  ลายแม่บทต่าง ๆ  เหล่านี้เป็นต้นกำเนิดที่ทำให้มนุษย์รู้จักนำวัสดุมาสาน

2.       ลายพัฒนา  เป็นลายที่พัฒนามาจากลายแม่บท  แต่มีรายละเอียดที่เพิ่มขึ้น ได้แก่  ลายลบน้ำ  ลายดีล่ม  ลายดีตะแคง  ลายคุบ  เป็นต้น

3.       ลายประดิษฐ์  เป็นลายสานที่ช่างสานประดิษฐ์ขึ้น  โดยอาศัยลายแม่บทและลายพัฒนาเป็นหลักในการสาน  ได้แก่  ลายขิดขอ  ลายขิดตาแมว  ลายพัด เป็นต้น

การสานลาย

                ลายสานที่บรรพบุรุษได้คิดค้นไว้  เหมาะสมกับโครงสร้างเครื่องจักสานที่มีความแข็งแรง  ทนทาน  สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์  เครื่องจักสานแต่ละภาคมีเอกลักษณ์และลักษณะของตนที่แตกต่างกันบ้าง  ส่วนการพัฒนาลายจักสานนั้นแตกต่างกันบ้าง  สุดแล้วแต่ภูมิปัญญาของคนในแต่ละท้องถิ่น  ที่รู้จักดัดแปลงให้มีรูปแบบแปลก ๆ ออกไป เพื่อการสร้างความนิยมและความต้องการของผู้ใช้

                จุดเริ่มต้นของการสานลายของการทำเครื่องจักสาน  แม้ผู้เคยมีความรู้ทางด้านการจักสานมาก่อน  ก็สามารถมีความเข้าใจเป็นแม่ลายที่สำคัญ  คือ

1.       ลายขัด 

การขึ้นลายเบื้องต้นจะประกอบด้วยตอกเส้นยืน  และตอกเส้นนอน  สานขัดกัน  นับเป็นแม่ลายเบื้องต้นของการทำเครื่องจักสานที่เก่าแก่ที่สุด

2.       ลายเฉลว

การขึ้นลายเบื้องต้นประกอบด้วยเส้นตอก  3  เส้น  วางสานกันในแนวทแยงเสมอ  แล้วสานโดยการขัดเส้นตอกที่มุมของสามเหลี่ยมที่เกิดขึ้นกระจายไปรอบ ๆ ลายเฉลวจะไม่มีเส้นตอกตั้งฉากเหมือนอย่างลายขัด

3.       ลายหัวสุ่ม

การขึ้นต้นสาน  ใช้เส้นตอกจำนวนหลาย ๆ เส้น  วางขัดกันเป็นเส้นโค้ง  สานให้บรรจบกันเป็นรูปวงกลม  โดยจะเว้นช่องว่างจรงกลางไว้

4.       ลายก้นหอย

การขึ้นสาน  ใช้เส้นตอกหลายเส้นวางพาดทับกันตรงกลาง  ( เป็นตอกเส้นใหญ่ ) ใช้ตอกสานลายขัดกระจายออกเป็นรัศมีวงกลม  วนไปรอบ ๆ

วิธีการทำเครื่องจักสาน

                การเลือกไม้ไผ่

                                ไม้ไผ่สีสุก  เป็นพันธุ์ที่เหมาะกับการจักสานที่สุด  เพราะมีเนื้อทีแข็ง  เนื้อเป็นมันสวย  มอดแมลงจะกัดกินน้อยกว่าไม้ไผ่พันธุ์อื่น ๆ

                                การเลือกตัดไม้ไผ่  จะต้องเป็นไม้ที่มีอายุราวหนึ่งปีครึ่ง  เนื้อไม้จะมีความเหนียวกำลังดี  ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป  เลือกลำปล้องที่ยาว  ไม่มีร่องรอยของสัตว์กัดแทะ

                                การตัดเกลาข้อไม้ไผ่  อย่าตัดหรือเกลาไม้ไผ่ให้คมมีดลึกลงไปถึงเนื้อไม้  จนเนื้อเป็นแผล

            การจักและการหลาวตอก

                                ลักษณะของเส้นตอกที่ใช้ในการสาน

1.       ตอกตั้ง  ลักษณะเป็นปื้นบาง  สั้น

2.       ตอกสาน  ลักษณะเป็นปื้นบาง  ยาว

3.       ไพล ลักษณะเป็นเส้นกลม  ยาว

วิธีการจักตอก

1.       การจักตอกปื้น  แบ่งไม้ไผ่ออกเป็นชิ้นตามขนาดที่ต้องการ  ใช้มีดจักตอกเอาส่วนในออก  ( ขี้ตอก )  จักในส่วนที่เหลือออกเป็นเส้นบาง ๆ  แล้วหลาวให้เรียบร้อย  ตากแดดให้แห้ง

2.       การจักตอกตะแคง  ใช้วิธีเดียวกันกับการจักตอกปื้นเบื้องต้น  แต่การจักให้เป็นเส้นตอกจะทำการจักทางผิว  เป็นเส้นเล็กกว่าตอกปื้นทำการหลาวให้เรียบร้อย  แล้วนำออกตากแดดให้แห้ง

3.       การจักไพล  ใช้วิธีเดียวกับการจักตอกตะแคง  แต่การหลาวจะหลาวให้เป็นเส้นกลมแบบเท่ากัน  ทำการหลาวให้เรียบร้อย  แล้วนำออกตากแดดให้แห้ง

การสาน

                การสานเป็นขั้นตอนที่ยาก  และต้องใช้ความละเอียดมากที่สุด  เริ่มจากการก่อฐานด้านล่างด้วยเส้นตอกสองชนิด  คือ  ตอกยืน  ( ตอก ตั้ง ) ซึ่งจะมีลักษณะคอดตรงกลางต่างจากตอกทั่ว ๆ ไปและตอกนอน  ( ตอกสาน )  ที่มีขนาดกว้างเท่ากัน  ทั้งเส้นตอกปกติ  เหตุที่ตอกยืนมีลักษณะพิเศษเนื่องมาจกเมื่อสานเสร็จจะได้ก้นตระกร้าที่มีฐานเล็ก และค่อย ๆ บานขึ้นบริเวณปาก

                แบบดั้งเดิม  จะก่อเป็นฐานสี่เหลี่ยม  ซึ่งจะใช้ตะกร้ารูปทรงสี่เหลี่ยม  ต่อมาช่างรุ่นใหม่ดัดแปลงประยุกต์ให้เป็นตะกร้าทรงแปดเหลี่ยม  ซึ่งสวยงามและได้รับความนิยมมากกว่า  เมื่อก่อฐานเสร็จก็จะสานตัวตะกร้าด้วยเส้นตอกและเส้นไพล  อาจสานแบบไม่มีลวดลาย  แต่จะเกิดลวดลายขึ้นมาเองจากสีของเส้นตอกที่แห้งไม่เท่ากันตามธรรมชาติ  สานเป็นลายไทย  หรือสานยกเป็นตัวอักษรชื่อคน  ชื่อต่าง ๆ  ได้ตามต้องการ  โดยใช้ตอกบางส่วนย้อมสี  ซึ่งจะทำให้สนนราคาเพิ่มขึ้นตามควายกาง่ายของลายที่ช่างแต่ละคนบรรจงสอดสานเส้นตอกทีละเส้น ๆ

การรมควัน

                เมื่อสานตัวเรียบร้อยก็ถึงการรมควันโดยจะทำในวันที่ไม่มีลม  ใช้ฟางพรมน้ำหมาด ๆ  เป็นเชื้อเพลิงเพื่อให้เกิดควันมาก  รมจนเครื่องจักสานมีสีเหลือเท่ากันทั้งใบ  แล้วนำมาเข้าส่วนประกอบหวาย  มีการผูกปาก  พันขา  ใส่ฐานและหูหิ้ว

การถักและพัน

                เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการสาน เพื่อเพิ่มความแข็งแรง  สวยงาม  แก่เครื่องจักสานด้วยหวาย  ในส่วนที่ต้องการเสริมเป็นพิเศษ  ได้แก่ ปาก  ขา  หู  การผูกและพันด้วยหวาย  จะเสริมให้เครื่องจักสานเกิดความสวยงาม  กลมกลืนกับฝีมือการสาน  เป็นที่สวยงามมากขึ้น  การผูกและพันด้วยหวาย  มี  5  แบบ  คือ

1.       การผูกและพันด้วยหวายเส้นเดียว

2.       การผูกและพันด้วยหวายสามเส้น

3.       การผูกและพันด้วยหวายห้าเส้น

4.       การผูกและพันด้วยหวายเจ็ดเส้น

5.       การผูกและพันด้วยหวายเก้าเส้น

ภูมิปัญญาด้านการรมควัน

                เครื่องจักสานของบางเจ้าฉ่า  จะมีภูมิปัญญาสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ  ได้แก่  การรมควัน  การรมควันของที่นี่จะใช้ควันจากการจุดฟางข้าวหรือเศษไม้ที่เหลาตอก  ซึ่งการรมควัน  จะมีประโยชน์ ดังนี้

1.       ช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีสีที่สวยงามเป็นสีธรรมชาติ  ที่ออกน้ำตาลอ่อน ๆ

2.       ช่วยป้องกันเชื้อราที่ฝังลงบนเนื้อไม้

3.       ช่วยป้องกันแมลงต่าง ๆ กัดกินเนื้อไม้เพราะจะมีกลิ่นฉุนของควันไฟ

ศูนย์กลางชุมชนตำบลบางเจ้าฉ่า

ความเป็นมา

ศูนย์กลางชุมชน  ตำบลบางเจ้าฉ่า  อำเภอโพธิ์ทอง  จังหวัดอ่างทอง  เกิดจากการรวมกลุ่มของชาวบ้านที่ใช้เวลาว่างจากกาทำนา  ผลิตเครื่องจักสานจากไม้ไผ่สีสุก  เพื่อสมาชิกได้มีโอกาสพึ่งพาอาศัยกัน  มีอำนาจในการต่อรองซื้อ ขาย  โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอ่างทอง  จัดตั้งกลุ่มครั้งแรกปี  พ.ศ. 2515

                ในปี  พ.ศ. 2541  กลุ่มจักสานบางเจ้าฉ่า ได้ร่วมกันจัดตั้งพิพิธภัณฑ์เครื่องใช้ไม้ไผ่เพื่อเป็นศูนย์กลางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากเครื่องจักสานทุกชนิดของหมู่บ้าน  และเป็นสถานที่รวบรวมเครื่องจักสานนานาชนิดที่ผลิตจากไม้ไผ่  เพื่อศึกษาเรียนรู้และอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ดำรงอยู่ต่อไป  ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์เครื่องใช้ไม้ไผ่บางเจ้าฉ่าได้มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว  อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดอ่างทอง  ผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานบางเจ้าฉ่ามีการปรับปรุงและพัฒนาจนสามารถจำหน่ายทั่วทั้งในประเทศและต่างประเทศ  สร้างรายได้ให้กับหมู่บ้านอย่างมาก  กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ได้เล็งเห็นว่าผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานของบางเจ้าฉ่ามีชื่อเสียง  จึงถูกคัดเลือกเป็นหนึ่งใน  20  หมู่บ้านของประเทศ  ได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้จัดตั้งศูนย์กลางชุมชนหมู่บ้านอุตสาหกรรมชนบท  เพื่อการท่องเที่ยวขึ้น  เพื่อส่งเสริมให้เป็นศูนย์รวมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของหมู่บ้าน  และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่อไป  โดยได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแห่งญี่ปุ่น  ( JBIC )

การบริหารจัดการศูนย์กลางชุมชน

                ศูนย์กลางชุมชนตำบลบางเจ้าฉ่าเป็นการบริหารชุมชนแบบสร้างกระบวนการเชื่อมโยงเครือข่ายกลุ่มองค์กรที่มีอยู่ในตำบลที่มีอยุ่แล้วและที่เกิดขึ้นใหม่  ที่เคยชินกับการต่างฝ่ายต่างอยู่และต่างฝ่ายต่างทำ  ได้เข้ามาเรียนรู้รวมกันเพื่อให้เกิดการคิด  การทำ  ที่สร้างวัฒนธรรมในการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน  พึ่งพากัน

                จากการเรียนรู้ได้นำสู่การปฏิบัติจริงทั้งในส่วนของชาวบ้านและส่วนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง  สร้างการเรียนรู้ใหม่ ๆ  ความหลากหลายที่เกิดขึ้นจากการคิดและทำ  ในสิ่งที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเรียนรู้และสิ่งที่เป็นทุนเดิมของชุมชน  ได้นำสู่การ  บูรณาการ  เพื่อการเชื่อมโยงวิธีคิดการทำงานร่วมกัน  สร้างการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมของชุมชน  โดยใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง  เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน

การบริหารชุมชน  มี  2  ระดับ

1.       ระดับเครือข่ายตำบล  คือศูนย์กลางชุมชนระดับตำบล  มีหน้าที่ในการบริหารนโยบาย  กำหนดทิศทางการทำงานร่วมกัน  โยมีตัวแทนจากกลุ่มต่าง ๆ  ที่มีอยู่เป็นคณะกรรมการบริหารศูนย์กลางร่วมกัน

2.       ระดับกิจกรรม  คือ  กลุ่มกิจกรรมที่ได้ดำเนินการกิจกรรมที่รับผิดชอบเฉพาะในกลุ่มตนเอง  ผู้แทนของกลุ่มดำเนินการต่าง ๆ  จะส่งผู้แทนของกลุ่มขึ้นเป็นคณะกรรมการบริหารศูนย์กลางชุมชน  เพื่อการร่วมกำหนดนโยบาย  ทิศทาง  และการทำกิจกรรมเพื่อเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกัน  รวมทั้งกำหนดระเบียบของศูนย์กลางชุมชน

การบริหารศูนย์กลางชุมชนเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน

สภาพเดิม

กลุ่มหรือกิจกรรมของชาวบ้านส่วนใหญ่  เกิดจากการกระตุ้น  ชี้นำจากข้าราชการเป็นการสนองนโยบาย  และการใช้งบประมาณของรัฐ  หาได้เกิดจากความคิดของชาวบ้านเองไม่  ผลจากการดำเนินกิจกรรมจึงมักไม่ประสบความสำเร็จอย่างจริงจัง  จะดำเนินการอยู่ได้เพียงระยะหนึ่งจะเกิดปัญหาและขาดประสบการณ์การบริหารจัดการที่ดี  บางส่วนที่สามารถดำเนินการอยู่ได้  ต้องอาศัยการพึ่งพิงจากผู้นำ  แต่การดำเนินการยังมีจุดอ่อน  คือจะทำและรับผิดชอบกับองค์กรของตนเท่านั้น  ไม่สามารถที่จะประสานเชื่อมเป็นเครือข่าย  การดำเนินงานแบบมีส่วนร่วม  ที่ก่อเกิดพลัง  เกิดประโยชน์ร่วมกันในวงกว้างได้

หลักการ

1.       กลุ่มหรือองค์กร  สมาชิกร่วมคิด  ร่วมดำเนินการ  ร่วมกันรับผิดชอบหน้าที่  ร่วมแก้ไขปัญหา  ร่วมติดตามประเมินผล

2.       ร่วมเรียนรู้  แลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริหารร่วมกัน

3.       จัดสรร  แบ่งปันประโยชน์  และทรัพยากรที่เป็นธรรม  อันเกิดประโยชน์ในวงกว้าง

4.       ร่วมพลังทุกฝ่าย  โดยการใช้หลักการพึ่งตนเองและพึ่งพากันเอง

วัตถุประสงค์

1.       เพื่อเชื่อมประสาน  กลุ่มองค์กรในตำบลบางเจ้าฉ่า  ได้ร่วมกันรับผิดชอบการดำเนินงานร่วมกัน

2.       เพื่อระดมพลังความคิดของกลุ่มองค์กรในการดำเนินการกำหนดแนวการบริหารจัดการศูนย์กลางชุมชนร่วกมัน

3.       เพื่อระดมทุนและทรัพยากรในการที่ก่อให้เกิดต่อส่วนร่วมในวงกว้าง

4.       เพื่อร่วมกันสร้างและยอมรับกติกาที่เกิดจากการคิดร่วมกัน  นำไปสู่การปฏิบัติร่วมกัน

5.       เป็นศูนย์กลางรวบรวมผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม  องค์กร  เพื่อจำหน่ายร่วมกัน

6.       เพื่อทำให้เกิดเวทีแลกเปลี่ยน  เรียนรู้  ปรับวิธีคิด  ปรับระบบการทำงานของชาวบ้าน  อันจะนำไปสู่การเรียนรู้  การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนสังคมร่วมกัน

การดำเนินการ

1.       สร้างความเข้าใจในกลุ่ม  องค์กร  สมาชิกและชาวบ้านทั่วไป

2.       ออกระเบียบ  กติกา  สมาชิกและชาวบ้านทั่วไป

3.       คัดเลือกคณะกรรมการที่มาจากตัวแทนของกลุ่มองค์กรที่เป็นสมาชิก  ร่วมรับผิดชอบในการดำเนินการร่วมกัน

4.       ติดตามประเมินผลเพื่อนำไปสู่กระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน

5.       ทำผลิตภัณฑ์ของกลุ่มองค์กรมารวมกันวางจำหน่ายร่วมกัน

การแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ

1.       กรรมการบริหาร  มีหน้าที่กำหนดนโยบาย  กำหนดตัวผู้รับผิดชอบงานติดตามและประเมินผล

2.       กรรมการฝ่ายจัดซื้อ / รับฝากผลิตภัณฑ์ / รับการสั่งซื้อ / รับฝาก / รับใบสั่งซื้อ  และตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์

3.       กรรมการฝ่ายขาย  มีหน้าที่ในการขายและจัดซื้อผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ซื้อที่มาซื้อในศูนย์จำหน่าย  ทั้งในส่วนของพ่อค้าและนกท่องเที่ยว

4.       กรรมการฝ่ายการเงิน  มีหน้าที่ในการดูแลและเก็บเงินทุนหมุนเวียน  ยอดซื้อ  ยอดขายประจำวันสรุปยอดการเงินให้เป็นปัจจุบัน

5.       กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์มีหน้าที่ในการต้อนรับแขกผู้มาเยี่ยมชม  ผู้ซื้อ  นักท่องเที่ยว  การให้ข้อมูลและชี้แจงผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม

6.       ฝ่ายติดตามและประเมินผล  มีหน้าที่ในการติดตาม  ตรวจสอบ  เสนอแนะการดำเนินงาน

แหล่งเงินทุนชุมชน

1.       การระดมทุน / ลงหุ้น  จากสมาชิกในกลุ่ม

2.       การสนับสนุนจากภาครัฐ

3.       เงินกองทุนต่าง ๆ ในหมู่บ้าน

การซื้อผลิตภัณฑ์จากสมาชิก

1.       การซื้อผลิตภัณฑ์จากสมาชิก  ด้วยเงินทุนหมุนเวียนศูนย์ ฯ

2.       การรับฝากผลิตภัณฑ์ของสมาชิก  เพื่อวางขาย  เพื่อจำหน่าย

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

                ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของศูนย์  ได้จากผลกำไร  การจำหน่ายผลิตภัณฑ์  10%  จากยอดขาย  เป็นค่าใช้จ่าย

1.       ค่าน้ำ  ค่าไฟ  ค่าพัฒนาบำรุงรักษาอาคารสถานที่

2.       ค่าอุปกรณ์  เอกสารในการดำเนินการ  ซื้อ ขาย  ผลิตภัณฑ์

3.       ค่าพัฒนา  ปรับปรุงสิ่งแวดล้อม  ภูมิทัศน์ของชุมชน

4.       ค่าต้อนรับแขกคณะผู้มาเยี่ยมชม

5.       ค่าตอบแทนชาวบ้านผู้รับผิดชอบการเฝ้า  2  คน

6.       ค่าตอบแทนผู้รับผิดชอบ  ซื้อ ขาย

7.       ค่าตอบแทนผู้ดูแลความเรียบร้อย

บางเจ้าฉ่าโฮมสเตย์

                        บ้านบางเจ้าฉ่า  เริ่มดำเนินการจัดตั้งโฮมสเตย์อย่างเป็นทางการในวันที่  22  ตุลาคม  2546  โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการเกษตร  กิจกรรมที่น่าสนใจ  คือ  การนั่ง รถอีแต๋นทัวร์  ชมวิถีชีวิตชุมชนของชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำน้อย  ชมและชิมผลไม้ตามฤดูกาล  ชมวิธีการผลิตเครื่องจักสานไม้ไผ่  ซึ่งปัจจุบันเป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัล  OTOP  ยอดเยี่ยม  บริเวณศูนย์กลางของหมู่บ้าน  ยังมีพิพิธภัณฑ์เครื่องใช้ไม้ไผ่  สำหรับให้นักท่องเที่ยวและเยาวชนได้ศึกษาเรียนรู้  และการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ดำรงอยู่ต่อไป  รวมถึงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานในหมู่บ้าน  นอกจากนั้นยังมีแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงที่น่าสนใจ  เช่น  ต้นยางยักษ์  2  ต้น  บริเวณวัดยางทอง  สันนิษฐานว่ามีอายุมากกว่า  200  ปี  ถัดมาคือ  วัดไชโยวรวิหาร  ที่มีการจำลองรูปหล่อสมเด็จโตวัดระฆัง ฯ  และ  วัดขุนอินทประมูล    ซึ่งมีพระนอนสมัยสุโขทัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ

สิ่งอำนวยความสะดวก

-          บ้านพักโฮมสเตย์  มีจำนวน  10  หลัง  พักได้  5 10  คน / หลัง  มีทั้งเรือนไทยและบ้านร่วมสมัย

-          รถบริการนำเที่ยว  ( อีแต๋นทัวร์ )

-          ผู้นำชม

อัตราค่าบริการ

-          ค่าที่พัก  100  บาท / คน / คืน

-          ค่าอาหาร

-          เช้า    50  บาท / คน / มื้อ

-          กลางวัน  60 / 80 / 100  บาท / คน / มื้อ

-          เย็น  60 / 80 / 100 / 120 บาท / คน / มื้อ

-          ค่ารถบริการนำเที่ยว  ( อีแต๋นทัวร์ )  20  บาท / คน  ( ต่ำกว่า  10  คน )

ระเบียบข้อบังคับ

            หมวดที่  1  การติดต่อประสานงาน

1.       จะต้องติดต่อประสานงานล่วงหน้ากับเจ้าหน้าที่ไม่น้อยกว่า  5  วัน

2.       ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจะต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า  3  วัน

3.       เมื่อเดินทางมาถึงศูนย์ต้อนรับจะต้องลงทะเบียนประวัติต่อเจ้าหน้าที่

หมวดที่  2  สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาพัก

1.       แต่งกายสุภาพเรียบร้อย

2.       ห้ามดื่มสิ่งของมึนเมาหรือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์  โดยไม่ได้รับอนุญาต

3.       ห้ามเล่นการพนันในที่พัก

4.       ห้ามพกพาอาวุธทุกชนิด

5.       ห้ามทำอนาจารในที่พัก

6.       ช่วยรักษาสภาพแวดล้อมของหมู่บ้าน

            หมวดที่  3  สำหรับบ้านพักโฮมสเตย์

1.       มีอัธยาศัยที่ดีต่อนักท่องเที่ยวทุกคน

2.       รักษาความสะอาดของที่พักอย่างสม่ำเสมอ

3.       ช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว

4.       มียาสามัญประจำบ้านติดบ้านพักเสมอ

 

การบริหารจัดการ

                การบริหารจัดการของกลุ่มโฮมสเตย์บางเจ้าฉ่า  จะมีคณะกรรมการบริหาร  โดยให้เจ้าของบ้านมีส่วนร่วมเป็นคณะกรรมการบริหารการจัดสรรค่าตอบแทนรายรับที่ได้จากกิจกรรมต่าง ๆ  จะตัดเข้ากลุ่ม  10 %  จะตัดเข้าศูนย์กลางชุมชนตำบลบางเจ้าฉ่า  10 %

                การจัดสรรบ้านพัก  มี  2  ระบบ

-          หมุนเวียนเฉลี่ยตามความเหมาะสม

-          จัดตามความต้องการของแขก

 

กลุ่มกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว

-          กลุ่มบ้านพักโฮมสเตย์

-          กลุ่มบริการนำเที่ยว

-          กลุ่มผู้นำชุมชน

-          กลุ่มจักสาน

-          กลุ่มครัวชุมชน

-          ติดต่อประสานงาน  ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว   035 644091

 
  ติดต่อ อบต. : info@bangchaocha.com
© Copy Rights 2005 BangChaoCha.com. All rights reserved.
องค์การบริหารส่วนตำบลบางเจ้าฉ่า หมู่ 8 ตำบลบางเจ้าฉ่า อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง 14120 โทรศัพท์ 035-644076