ภาษาไทย English
คำขวัญประจำตำบล : ส่งเสริมหัตถกรรม อนุรักษ์ภูมิปัญญา แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม
  7 กันยายน 2553 20:17 ตะกร้าสินค้า 0 รายการ    
หน้าหลัก
ข่าวประชาสัมพันธ์
ข้อมูลทั่วไป
การคมนาคม
โครงสร้างองค์กร
ผู้นำท้องถิ่น
โครงการที่จัดทำ
แหล่งท่องเที่ยว
ผลิตภัณฑ์
กระดานข่าว
ติดต่อ อบต.
ระบบสั่งซื้อสินค้า
ตะกร้าสินค้า (0)
วิธีสั่งซื้อ/ชำระเงิน
ระบบสำหรับผู้ดูแล
จำนวนผู้เข้าชม :
ตั้งแต่ 10 กันยายน 2549
ผลิตภัณฑ์
1. ประวัติความเป็นมาของเครื่องจักสานเลือกสินค้า
2. วิธีการทำเครื่องจักสาน
3. ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์
4. สถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์

ประวัติความเป็นมาของเครื่องจักสาน

จุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์  ( ภูมิปัญญา )

                                จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พบว่า  มีการพบร่องรอยการใช้เครื่องจักสาน  รวม  4,000  ปี  มาแล้วที่บริเวณถ้ำแห่งหนึ่งในอำเภอศรีสวัสดิ์  จังหวัดกาญจนบุรี  โดยเชื่อว่ามนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์  ทำภาชนะเครื่องปั้นดินเผา  โดยใช้ภาชนะจักสานเป็นแม่แบบ  แสดงถึงคนสามารถทำเครื่องใช้จากการสานมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว

                                เครื่องจักสานได้มีการพัฒนารูปแบบ  ฝีมือ  คุณค่า  ผ่านมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน  จนถึงในยุคปัจจุบันการคิดสร้างสรรค์งานจักสาน  จนสามารถเพิ่มมูลค่าสร้างเป็นงานอาชีพ  สร้างรายได้  และสร้างชื่อเสียงให้กับชุมชนได้อย่างน่ายกย่อง

                                งานหัตถกรรมการจักสานที่เป็นที่รู้จักก็คือ  เครื่องจักสานไม้ไผ่  หวาย  ผักตบชวาจะมีมากในภาคกลาง  เครื่องจักสานของภาคใต้  จะมีเครื่องจักสานย่านลิเภา  และกระจูด  จากการบอกเล่าของชาวบ้าน  ทราบว่าจักสานบางเจ้าฉ่ามีมาตั้งแต่ต้นตระกูล  บ้านสร้าง  สามเรือน  ไม่ทราบปี พ.ศ. เดิมมีอาชีพทำนาและมีการปลูกต้นไม้ไว้ใช้สอยประโยชน์  เมื่อทำนาแล้วชาวบ้านก็มานั่งคุยกันว่าจะทำอะไรดี  ต่างก็คิดได้ว่า หมู่บ้านของเรามีไม้ไผ่มากมาย  จึงนำไม้ไผ่มาจักสานเป็นเครื่องใช้และจับสัตว์น้ำ  พอบ้านอื่นมาเจอจึงซื้อไปใช้โดยไม่มีพ่อค้ามารับซื้อ  เมื่อมีชาวบ้านรู้จักจักสานของบางเจ้าฉ่า  จึงทำให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป  มีความต้องการมากขึ้น  จึงทำกันมากขึ้น  แต่ก่อนชาวบ้านต้องนำไปขายที่อื่น เมื่อขายได้เงินก็นำเงินที่ขายได้ใช้จ่าย  ซื้อน้ำปลาและสิ่งของอื่น ๆ

                                ต่อมาพ่อค้าก็เข้ามาซื้อถึงหมู่บ้านและกดราคา  ชาวบ้านจึงราวมกลุ่มกันกักตุนสินค้าไว้ที่วัดไชโย  โดยไม่หามไปขายตลาดข้างนอก  เนื่องจากพ่อค้าจะกดราคามาก  จึงทำให้พ่อค้าซึ่งมีความต้องการมาต่อรองราคากันเพื่อกำหนดราคาที่เหมาะสมทั้ง  2  ฝ่าย

แนวคิดซึ่งได้มาในตัวผลิตภัณฑ์

                                การทำจักสานเป็นภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดกันมาตั้งแต่อดีต  ตั้งแต่ปู่  ย่า  ตา  ยาย  ถ่ายทอดกันมาเรื่อย ๆ  ส่วนใหญ่เป็นการทำเครื่องมือเครื่องใช้ในบ้าน  และที่ดักจับปลา  ต่อมาก็มีการดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์มากมายที่ใช้เป็นเครื่องมือและขอตกแต่งในบ้าน  ตลอดจนกระเป๋าแบบต่าง ๆ  โดยเป็นฝีมือชาวบ้านคิดค้นขึ้นเอง  และได้รับการ อบรมเพิ่มพูนทักษะจากวิทยาการที่ทางหน่วยงานราชการจัดมาส่งเสริมให้  การผลิตเริ่มจากรูปแบบง่าย ๆ  เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลักต่อมาค่อย ๆ ดัดแปลงพัฒนารูปทรงลวดลายเพิ่มความสวยงามให้กับชิ้นงาน

การสั่งสม  สืบสานผลิตภัณฑ์

                                เสน่ห์แห่งศิลปวัฒนธรรมและประเพณี  ตลอดจนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย  นอกจากการอยู่ร่วมกันเป็นสังคมที่มีความผูกพันอย่างแน่นแฟ้นแล้ว  ยังสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างผสมกลมกลืน

                                หัตถกรรมเครื่องจักสานเป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นภูมิปัญญาอันเฉลียวฉลาดของคนในท้องถิ่นที่ใช้ภูมิปัญญาสามารถนำสิ่งที่อยู่ตามธรรมชาติมาประยุกต์ทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน  เริ่มจากรูปแบบง่าย ๆ  เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก  ต่อมาจึงค่อยดัดแปลงพัฒนารูปแบบ  ลวดลาย  เพิ่มความสวยงามให้กับชิ้นงาน  จนกลายเป็นผลงานที่เปลี่ยนไปด้วยคุณค่าทางหัตถศิลป์  ซึ่งควรแก่การอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่ตลอดไป

เอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์

·          ผลิตภัณฑ์ที่มีรูปแบบเฉพาะคือ  จักสานเป็นแนว  90 องศา  ที่อื่นเป็นแนว  45  องศา  หรือ  30  องศา

·          ลวดลายเป็นลวดลายที่เลียบแบบธรรมชาติ  เช่น  ดอกพิกุล  ลายผ้าไหม  ลายตะขอ  ซึ่งได้จากการเกษตร

·          เป็นลวดลายที่คิดขึ้นเองไม่ได้เลียนแบบที่อื่น

·          ผลิตภัณฑ์เป็นงานหัตถกรรมไม่ใช้เครื่องจักร

·          ผลิตภัณฑ์มีความสวยงามมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว

ความภาคภูมิใจ

·          เป็นสัญลักษณ์ท้องถิ่นพูดถึงเรื่องจักสานต้องบางเจ้าฉ่า

·          ใช้วัสดุในท้องถิ่นเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุ

·          เอกลักษณ์ความเป็นไทย  แสดงให้เห็นภูมิปัญญาของท้องถิ่น

·          แสดงให้เห็นถึงฝีมือในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมือนใคร

·          มีคนนำไปใช้ประโยชน์และเป็นการประหยัดที่ใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศได้เอง

ชีวิตสัมพันธ์

-          ได้อยู่กับครอบครัว  ทำให้ครอบครัวเกิดความอบอุ่น

-          มีความภาคภูมิใจที่ทำชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ  ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น

-          ทำให้เกิดความรอบคอบ  ใจเย็น  มีความละเอียดอ่อน

-          ผลิตภัณฑ์มีความผูกพันกับความเป็นอยู่ในสังคม  เพราะใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน

วัตถุดิบ

-          ไม้ไผ่

-          หวาย

-          ผักตบชวา

-          ย่านลิเภา

-          กก

-          กระจูด

-          ก้านลาน

อุปกรณ์

-          มีด

-          เลื่อย

-          เลียด

-          เหล็กหมาด  ( เจาะรู )

ลายจักสาน

1.       ลายแม่บท

2.       ลายพัฒนา

3.       ลายประดิษฐ์

การสานลาย

                                ลายสานที่บรรพบุรุษได้คิดค้นไว้เหมาะสมกับโครงสร้างเครื่องจักสานที่มีความแข็งแรง  ทนทาน  สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์เครื่องจักสานแต่ละภาคมีเอกลักษณ์และลักษณะของตนที่แตกต่างกันไป  แต่การใช้ลายสานขั้นต้นจะคล้ายคลึงกันทุกภาค  ส่วนการพัฒนาลายจักสานนั้นแตกต่างกันบ้าง  สุดแล้วแต่ภูมิปัญญาของคนในแต่ละท้องถิ่น  ที่รู้จักดัดแปลงให้มีรูปแบบแปลก ๆ ออกไป  เพื่อการสร้างความนิยมและความต้องการของผู้ใช้


วิธีการทำเครื่องจักสาน

            การเลือกไม้ไผ่

                                ไม้ไผ่สีสุกเป็นพันธุ์เหมาะกับการจักสานที่สุดเพราะมีเนื้อที่แข็ง  เนื้อเป็นมันสวย  มอดแมลงจะกัดกินน้อยกว่าไม้ไผ่พันธุ์อื่น ๆ

                                การเลือกตัดไม้ไผ่  จะต้องเป็นไม้ที่มีอายุราวหนึ่งปีครึ่ง  เนื้อไม้จะมีความเหนียวกำลังดี  ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป  เลือกลำปล้องที่ยาว  ไม่มีร่องรอยของสัตว์กัดแทะ

                                การรีดข้อไม้ไผ่  อย่าตัดหรือไม้ไผ่  ให้คมมีดลึกลงไปถึงเนื้อไม้  จนเนื้อเป็นแผล

                                การจักและการหลาวตอก

            ลักษณะของเส้นตอกที่ใช้ในการสาน

1.       ตอกตั้ง  ลักษณะเป็นปื้นบาง  สั้น

2.       ดอกสาน  ลักษณะเป็นปื้นบาง  ยาว

3.       ไพล  ลักษณะเป็นเส้นกลม  ยาว

การจักตอก

1.       การจักตอกปิ่น  แบ่งไม้ไผ่ออกเป็นชิ้น ๆ  ตามขนาดที่ต้องการ  ใช้มีดจักตอกเอาส่วนในออก  ( ขี้ตอก )  จักในส่วนที่เหลือออกเป็นเส้นบาง ๆ  แล้วหลาวให้เรียบร้อย  ตากแดดให้แห้ง

2.       การจักตอกตะแคง  ใช้วิธีเดียวกันกับการจักตอกปื้นเบื้องต้น  แต่การจักให้เป็นเส้นตอกจะทำการจักทางผิว  เป็นเส้นเล็กกว่าตอกปื้น  ทำการหลาวให้เรียบร้อย  แล้วนำออกตากแดด

3.       การจักไพล  ใช้วิธีเดียวกับการจักตอกตะแคง  แต่การหลาวจะหลาวให้เรียบร้อย  แล้วนำออกตากแดด

การสาน

                                การสาน  เป็นขั้นตอนที่ยก  และต้องใช้ความละเอียดมากที่สุด  เริ่มจากการก่อฐานด้านล่างด้วยเส้นตอกสองชนิด  คือ  ตอกยืน  ( ตอกตั้ง )  ซึ่งจะมีลักษณะคอดตรงกลางต่างจากตอกทั่วไป ๆ  และตอกนอน  ( ตอกสาน )  ที่มีขนาดกว้างเท่ากันทั้งเส้นตามปกติ  เหตุที่ตอกยืนมีลักษณะพิเศษ  เนื่องมาจากเมื่อสานเสร็จจะได้ตะกร้าที่มีฐานเล็กและค่อย ๆ บานขึ้นบริเวณปาก

                                แบบดั้งเดิมจะก่อเป็นฐานสี่เหลี่ยม  ซึ่งจะได้ตะกร้ารูปทรงสี่เหลี่ยม  ต่อมาช่างรุ่นใหม่ดัดแปลงประยุกต์ให้เป็นตะกร้าทรงแปดเหลี่ยม  ซึ่งสวยงามและได้รับความนิยมมากกว่า  เมื่อก่อฐานเสร็จก็จะสานตะกร้าด้วยเส้นตอกและเส้นไพร  อาจสานแบบไม่มีลวดลาย  แต่จะเกิดลวดลายขึ้นมาเองจากสีตอกทีแห้งไม่เท่ากันตามธรรมชาติ  สานเป็นลายไทย  หรือสานยกเป็นตัวอักษรชื่อคนชื่อต่าง ๆ  ได้ตามต้องการ  โดยใช้ตอกบางส่วนย้อมสี  ซึ่งจะทำให้สนนราคาเพิ่มขึ้นตามความยากง่ายของลายที่ช่างแต่ละคนบรรจงสอดสานเส้นตอกทีละเส้น ๆ

การรมควัน        

                                เมื่อสานตัวเรียบร้อยก็ถึงการรมควัน  โดนจะทำในวันที่ไม่มีลม  ใช้ฟางพรมน้ำหมาด ๆ  เป็นเชื้อเพลิง  เพื่อให้เกิดควันมาก  รมจนเครื่องจักสานมีสีเหลืองเท่ากันทั้งใบ  แล้วนำมาเข้าส่วนประกอบหวาย  มีการผูกปาก  พันขา  ใส่ฐานและหูหิ้ว

การถักและพัน

                                เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการสาน  เพื่อเพิ่มความแข็งแรง  สวยงาม แก่เครื่องจักสานด้วยหวายในส่วนที่ต้องการเสริมเป็นพิเศษ  ได้แก่  ปาก  ขา  หู  การผูกและพันด้วยหวาย  จะเสริมให้เครื่องจักสานเกิดความสวยงามกลมกลืนกับฝีมือการสาน  เป็นที่สวยงามมากขึ้น  การผูกและพันด้วยหวายมี  5  แบบ  คือ

1.       การผูกและพันด้วยหวายเส้นเดียว

2.       การผูกและพันด้วยหวายสามเส้น

3.       การผูกและพันด้วยหวายห้าเส้น

4.       การผูกและพันด้วยหวายเจ็ดเส้น

5.       การผูกและพันด้วยหวายเก้าเส้น

ขั้นตอนการผลิตเครื่องจักสานไม้ไผ่

                                ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นจะต้องผ่านกรรมวิธีการผลิตหลายขั้นตอน  ดังต่อไปนี้

1.       การคัดเลือกไม้ไผ่  เริ่มตั้งแต่การหาไม้ไผ่ที่เหมาะสม  ซึ่งต้องมีลำปล้องที่ยาว  ควรใช้ไม้ไผ่ที่มีอายุ  2 4  ปี  ซึ่งเนื้อไม้จะมีความเหนียวกำลังดี  ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป  และต้องเลือกดูไม้ที่ไม่มีตัวแมลงไช

2.       ขั้นตอนการเตรียมไม้ไผ่เพื่อนำมาจักสาน

-          การตัดไม้ไผ่  ต้องตัดไม้ไผ่มีความยาวตามขนาดผลิตภัณฑ์ที่จะสาน  เอามาริดข้อออก  อย่าตัดหรือริดไม้ไผ่ลึกเกินไป  จนกระทั่งผิวของไม้ไผ่มีรอยแผล

-          การขูดผิวไม้ไผ่  ในกรณีที่ไม่ต้องการโชว์ผิวของไม้ไผ่หรือย้อมสี  จำเป็นต้องขูดผิวไม้ไผ่  โดยใช้มีดรูปโค้งหรือจะใช้มีดธรรมดาก็ได้  หลังจากขูดผิวแล้วใช้กระดาษทรายเบอร์  0  ขัดให้เรียบร้อยอีกครั้งหนึ่ง

3.       การจักตอก  การจักตอกไม้ไผ่มี  2  วิธี  คือ  การจักตอกปื้นและการจักตอกตะแคง

4.       การสาน  เป็นขั้นตอนที่ยากและต้องใช้ความละเอียดมากที่สุด  เริ่มจากการก่อฐานด้านล่างด้วยเส้นตอกสองชนิด  คือ  ตอกยืน  ( ตอกตั้ง )  ซึ่งจะมีลักษณะคอดตรงกลางต่างจากตอกทั่วไป ๆ  และตอกนอน  ( ตอกสาน )  ที่มีขนาดกว้างเท่า ๆ กัน  ทั้งเส้นตามปกติ  เหตุที่ตอกยืนมีลักษณะพิเศษ  เนื่องมาจากเมื่อสานเสร็จจะได้ตะกร้าที่มีฐานเล็ก  และค่อย ๆ บานขึ้นบริเวณปาก

แบบดั้งเดิมจะก่อเป็นฐานสี่เหลี่ยม  ซึ่งจะได้ตะกร้ารูปทรงสี่เหลี่ยม  ต่อมาช่างรุ่นใหม่ดัดแปลงประยุกต์ให้เป็นตะกร้าทรงแปดเหลี่ยมซึ่งสวยงามและได้รับความนิยมมากกว่า  เมื่อก่อฐานเสร็จก็จะสานตัวตะกร้าด้วยเส้นตอกและเส้นไพล  อาจสานแบบไม่มีลวดลาย  แต่จะเกิดลวดลายขึ้นมาเองจากสีของเส้นตอกที่แห้งไม่เท่ากันตามธรรมชาติ  สานเป็นลายไทย  หรือสานยกเป็นตัวอักษรชื่อคน  ชื่อต่าง ๆ  ได้ตามต้องการ  โดยใช้ตอกบางส่วนย้อมสี  ซึ่งจะทำให้สนนราคาเพิ่มขึ้นตามความยากง่ายของลายที่ช่างแต่ละคนบรรจงสอดสานเส้นตอกทีละเส้น ๆ

5.       การรมควัน  เมื่อสานตัวเรียบร้อยก็ถึงการรมควัน  โดยจะทำในในที่ไม่มีลม ใช้ฟางพรมน้ำหมาด ๆ  เป็นเชื้อเพลิง  เพื่อให้เกิดควันมาก  รมจนเครื่องจักสานมีสีเหลืองเท่ากันทั้งใบ

6.       การตกแต่งด้วยหวาย  นำหุ่นจักสานที่รมควัน  แล้วมาเข้าส่วนประกอบหวาย  มีการผูกปาก  พันขา  ใส่ฐาน  และหูหิ้ว  ซึ่งจะใช้อุปกรณ์เฉพาะที่เรียกว่า  เหล็กหมาดเป็นแท่งเหล็กแหลม  ใช้สำหรับเจาะเครื่องจักสานให้เกิดรูก่อนสอดหวายเข้าไปพัน

7.       การทาน้ำมันเคลือบเงา    เป็นขั้นตอนสุดท้ายการจักสานไม้ไผ่  เพื่อป้องกันเชื้อรา  มอดกัดแทะ  อีกทั้งยังเพิ่มความคงทน  สวยงามอีกด้วย       


ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์

-          ใช้เป็นของใช้และเครื่องประดับภายในบ้านเรือน

-          ทำให้เกิดรายได้กับผู้ประกอบอาชีพด้านหัตถกรรม

-          ใช้เป็นของที่ระลึก

-          ใช้เป็นเครื่องแสดงเอกลักษณ์ความเป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่น


สถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์

-          ศูนย์กลางชุมชนตำบลบางเจ้าฉ่า  หมู่ที่  8  ตำบลบางเจ้าฉ่า อำเภอโพธิ์ทอง  จังหวัดอ่างทอง  โทร  ( 035 )  644091

-          ตามสถานที่ทางราชการมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า

-          ศูนย์จำหน่ายสิ้นค้าของดีเมืองอ่างทอง  อำเภอเมือง  จังหวัดอ่างทอง

 
  ติดต่อ อบต. : info@bangchaocha.com
© Copy Rights 2005 BangChaoCha.com. All rights reserved.
องค์การบริหารส่วนตำบลบางเจ้าฉ่า หมู่ 8 ตำบลบางเจ้าฉ่า อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง 14120 โทรศัพท์ 035-644076